สิงห์เคอาร์.คอม

 
เมนูหลัก
สั่งซื้อ
 

หน้าหลัก

หนังสือหมากฮอส

หนังสือหมากรุกไทย

หนังสือหมากหมากสกา

หนังสือบทกลอน

ค่าวจ๊อย

หนังสือกะโลง-ค่าวจ๊อย

กะโลงล้านนา

บทเพลงคำเมือง-นักแต่งเพลง

พระเครื่อง

จาริกตามรอยพระปฏิปทา

 

กระดังงาจีน,การเวก

 

กระดังงาสงขลา

กระทิง

กล้วยหมูสัง

กันเกรา

แก้วมุกดา

ไข่ดาว

ไคร้ย้อย

จำปีดง

ช้องแมว

ชำมะเลียง

ตีนเป็นฝรั่ง

ทองกวาวเหลือง

บัวสวรรค์

บุหรง

ประดู่แดง

พญาสัตบรรณ

มังตาล

สาละ

แอบรัก

พวงหยก

โสกเหลือง

งิ้วฝรั่ง

จิกนมยาน

ประดู่แดง

ฝ้ายคำ

กาสะลอง

กันภัยมหิดล

ศรีตรัง

พุดเวียดนาม

อโศกสปัน

โสกเขา

โสกเหลือง

โสกน้ำ

ตีนเป็ดฝรั่ง

เกาลัด

สาละลังกา

ไข่ดาว

กล้วยหมูสัง

บัวสวรรค์

ไคร้ย้อย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วิธีทำน้ำหมักเอนไซม์จากผลไม้

......

ดูวีดีโอประกอบได้ที่นี่

1.วิธีทำน้ำหมักบอระเพ็ด

2.วิธีขยาย

3.น้ำหมักมะกรูดเข้มข้น

4.วิธีทำน้ำหมักตับเต่า 

5.วิธีทำน้ำหมักมะเกว๋น 

6.วิธีทำน้ำหมักขมิ้นขาว 

7.วิธีทำน้ำหมักว่านหางจระเข้

8.วิธีทำน้ำหมักดอกอัญชัน

9.วิธีทำน้ำหมักมะขามป้อมหัวเชื้อ 2

10. น้ำหมักลดอาการไอ  

11. น้ำหมักมะหลอดแบบเข้มข้น 

12. วิธีควบคุมโรคเบาหวาน ตอนที่ 1 

13. วิธีควบคุมโรคเบาหวาน ตอนที่ 2

14. วิธีควบคุมโรคเบาหวาน ตอนที่ 3 

15. วิธีพิสูจน์น้ำหมักมีแอลกอฮอล์หรือเสีย 

16. วิธีขยายน้ำหมักด้วยน้ำผึ้ง

17. วิธีขยายน้ำหมักลูกหว้าด้วยน้ำผึ้ง

18. วิธีทำน้ำหมักว่านชักมดลูก 

19. วิธีทำน้ำหมักขมิ้นดำ  

20. วิธีทำน้ำหมักพิลังกาสา   

21. วิธีทำน้ำหมักกระชายดำ 

22. วิธีทำยาย้อมผมสูตรอัญชันมะกรูด 

 

.....................................................................

น้ำหมักมะเฟือง ขั้นแรกเตรียมผลมะเฟืองแก่จนถึงสุก 3 กิโลกรัม
หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ รูปดาวห้าแฉก

ใส่ลงในถังหมัก (ควรใช้ถังสีขาวขุ่นต้องมีฝาที่ปิดได้สนิทอากาศสามารถลอดเข้าออกได้) 

แล้วเติมน้ำตาลอ้อยป่นสีแดง  1  กก.

ลงไปผสมคลุกเคล้ากันพร้อมกับปิดฝาหมักไว้  15  วัน  ในระหว่าง  1  -  15 

วันนี้พยายามเขย่าถังให้มะเฟืองได้พลิกไปมาสัก  2  -  3  ครั้งโดยไม่ต้องเปิดฝา 

หลังจากครบ  15  วันให้เติมน้ำบริสุทธิ์(น้ำดื่มห้ามใช้น้ำประปา)จำนวน    8  ลิตร

ทิ้งไว้  2  เดือนครึ่ง ถึง  สามเดือน จนกว่าผลมะเฟืองจมลงก้นถังก็จะได้

น้ำหัวเชื้อเอนไซม์มาใช้

ห้วง   1 -  1.5 เดือน

ถ้าใช้น้ำตาลทรายขาวหรือน้ำตาลทรายแดงอาจเกิดเชื้อจุลินทรีย์สีขาว

ก็ยังใช้ได้ยกเว้นสีดำและเกิดเมทิลแอลกอฮอลล์จะใช้ไม่ได้

ใช้น้ำตาลอ้อยป่นสีแดงดีที่สุดเพราะจะได้กลิ่นหอมและไม่เกิดเมทิลแอลกอฮอลล์

น้ำหมักเอนไซม์มะเฟืองอายุ  1.5  เดือน ใช้น้ำตาลอ้อยป่นผงสีแดงจะสังเกตุว่า

มะเฟืองจะมีสีน้ำตาลลอยขึ้นมาให้ใช้ขันน้ำพลาสติกคน

ไปมาแล้วปิดฝาไว้ดังเดิม 

 

น้ำหมักเอนไซม์อายุ  3  เดือนกรองเอาน้ำใส ๆ

ที่ลอยอยู่ข้างบนด้วยผ้าขาวบางใสขวดพลาสติก

เรียกว่าหัวเชื้อ  สำหรับเนื้อมะเฟืองที่อยู่ก้นถังกับน้ำขุ่น ๆ 

ให้เติมน้ำตาลอ้อยป่นไปอีก  1  กก.  หมักไว้  3  เดือนก็จะได้หัวเชื้อเพิ่มขึ้นอีก

ทำอย่างนี้ไปเรื่อยจนกว่ามะเฟืองจะถูกย่อยสลายหมด

วิธีใช้น้ำหมักเอนไซม์สำหรับอาบน้ำมี  2  แบบ
1.  ใช้หัวเชื้อมะเฟืองอายุ  3  เดือน  -  1  ปี      1  ส่วน  ผสมกับน้ำดื่ม  30  -  40  ส่วน

เพื่อให้เจือจาง(ขึ้นอยู่กับสภาพของแต่ละบุคคล) 

ข้อดีแบบนี้คือจะมีกลิ่นหอมมะเฟืองค้างอยู่
2.  ใช้หัวเชื้อมะเฟืองอายุ  3  เดือน  -  1  ปี  นำไปขยายเพื่อให้เจือจางเหมาะกับ

การใช้พอดีอัตราีส่วน   หัวเชื้อ  1.5  ลิตร  +  น้ำตาลอ้อยป่นสีแดง 

1.5  กก.  +  น้ำดื่ม  15  ลิตร  หมักในถังปากแคบ เช่นถังน้ำดื่มทั่วไปสีขาวขุ่นจะคิดเป็น

ปริมาตร 18 ลิตร ก็จะใช้หัวเชื้อ 1.5 ลิตร น้ำตาลอ้อยป่น 1.5 กก.

เติมน้ำให้ได้ทั้งหมด 18 ลิตร

ปิดฝาถังหลวม ๆ  เพื่อให้ฟองอากาศได้ระบายออกไป เป็นระยะเวลา  3  เดือน

  กรองด้วยผ้าขาวบางก็จะได้น้ำเอนไซม์สำหรับอาบแบบสมบูรณ์

อย่าลืมทำให้เจือจางโดยผสมน้ำอีก

30 - 40 ส่วนเหมือนข้อ 1 ก่อนนำไปใช้อาบน้ำนะครับ

หมายเหตุ ในทำน้ำหมักบางครั้งความเข้มข้นของกรดอ่อนที่ได้นั้น

ไม่เท่ากันทุกครั้ง อาจเนื่องจากการใส่น้ำตาล

และน้ำไม่เป็นไปตามสูตร ทำให้เมื่อนำมาใช้อาจเกิดอาการแพ้อันเนื่องจาก

ความเข้มข้นมากไป ในน้ำหมักมะเฟืองสูตรอาบนี้บางคนเขาใช้แค่ 2 - 3

ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ขันใหญ่ ๆ

แล้วนำมาถูตัวก็ใช้ได้แล้ว บางคนชอบเข้มข้นเพราะว่าผิวจะเนียนได้เร็ว

ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกคนต้องหาจุดความเข้มข้นที่เหมาะสำหรับตัวเองด้วยการลองนำ

น้ำหมักที่ผสมแล้วมาลูบที่ใบหน้าถู

ไปมาแล้วลองลืมตาดูหากรู้สึกแสบ ๆ

ก็แสดงว่าความเข้มข้นยังมากไป ให้เติมน้ำดื่มผสมลงไปอีกจนสามารถลืมตาได้ในตอนอาบน้ำ

แล้วจดจำสูตรไว้ให้ดีในการผสมใช้ในครั้งต่อ ๆ ไป หรือมีอีกวิธีหนึ่งคือ

ไปซื้อแผ่นวัดค่าความเป็นกรดเป็นด่างมาวัดแล้วจดค่าไว้ก็อาจทำได้ดีกว่า

ในห้วง  3  -  20  วันของการขยายจะเห็นฟองอากาศลอยขึ้นมามากมาย

ในรูปนี้ใช้ถังพลาสติกใสผลการหมักจะได้เมทิลแอลกอฮอลล์แถมมาด้วย

ก็ไม่สามารถนำไปดื่มกินใช้ได้เพียงการอาบน้ำถูพื้นล้างจานเท่านั้น
3.  ใช้น้ำเอนไซม์ที่ทำไว้ในข้อ  1.  และ  2.  ชโลมตัวก่อนอาบน้ำให้ทั่วตัว พร้อม ๆ

กับการขัดขี้ไคลที่ติดอยู่ทุกซอกทุกมุมของร่างกายประมาณ  3  -  5  นาที 

หลังจากนั้นอาบน้ำล้างตัวด้วยสบู่ตามปกติ หรือไม่ใช้สบู่ก็ได้  
4.  ผลของการใช้น้ำหมักเอนไซม์มะเฟืองอาบน้ำล้างหน้า  จะทำให้โอกาสที่จะ่เป็นโรคตาแดง  

โรคหวัดน้อยลงเพราะว่าเชื้อโรคต่าง ๆ ถูกล้างออกไป 

และผิวหนังทั่วร่างกายจะคืนสภาพความเป็นหนุ่มสาวให้ยาวนาน 

อีกทั้งยังขจัดโรคมะเร็งผิวหนัง การตกกระ กลากเกลื้อนให้หมดไป 

นอกจากนั้นน้ำหมักมะเฟืองยังสามารถขัดถูกระจก กระเบื้องโมเสทให้มันวาวได้ด้วย 

 

น้ำหมักเอนไซม์ลูกยอสำหรับดื่มกิน   วิธีทำเช่นเดียวกับมะเฟือง

หากดื่มปริมาณมากไปก็จะมีผลเสียต่อไต และกลับทำให้การถ่ายลำบากขึ้นควรระวัง

วิธีกินที่ถูกต้องควรใช้แบบขยายเท่านั้นเพราะว่าจะทำให้เจือจางลงไป

น้ำหมักเอนไซม์ลูกหว้าสำหรับดื่มกิน   วิธีทำเช่นเดียวกับมะเฟือง

เพียงแต่การหมักลูกหว้านั้นจะมีปัญหานิดหน่อยในช่วงต้น ๆ  1  -  2  เดือน

ลองชิมดูหากเกิด แอลกอฮอลไม่มีรสเปรี้ยวรสชาดคล้าย ๆ ไวน์

ให้เติมน้ำตาลไปอีก  1  กก.  แล้วทำการหมักต่ออีก  3  เดือน

ก็จะได้หัวเชื้อมาไว้ใช้ แล้วทำการขยายไปอีก 3 เดือนก็จะได้น้ำหมักลูกหว้าหัวเชื้อมาใช้

การทำน้ำหมักเอนไซม์มะกรูด  ใช้สูตรเดียวกันกับมะเฟืองเพียงแต

่ไม่ต้องผ่าผลมะกรูดใส่ลงไปทั้งลูกได้เลย   พอครบ  15  วัน

ให้แบ่งบางส่วนมาทำยาแก้ไอสูตรเข้มข้น(ไม่ต้องเติมน้ำ) 

ที่เหลือให้เติมน้ำไปตามอัตราส่วน  ครบ  3  เดือนก็จะได้หัวเชื้อน้ำเอนไซม์สูตรมะกรูดมา

ใช้สำหรับล้างถ้วยชาม

น้ำหมักเอนไซม์มะกรูดสูตรเข้มข้น  ใช้จิบเป็นยาแก้ไอแก้ไข้

น้ำหมักเอนไซม์สับปะรด  ใช้ขัดห้องน้ำถูพื้นล้างจาน

น้ำหมักเอนไซม์กระชาย  ใช้ผสมกับน้ำเอนไซม์อื่น ๆ เพื่อปรุงรสดื่มกิน

น้ำหมักเอนไซม์มังคุด  ใช้ขัดถู รอยกระด่างดำ มะเร็งผิวหนัง

น้ำหมักเอนไซม์ข้าวกล้อง  ผสมกับน้ำเอนไซม์มะกรูดเอาไว้สระผม

น้ำหมักเอนไซม์ดอกอัญชัน  ผสมกับน้ำเอนไซม์มะกรูดเอาไว้สระผม

น้ำหมักเอนไซม์ว่านหางจระเข้  ผสมกับน้ำเอนไซม์มะเฟือง

เอาไว้ล้างหน้า และผสมกับน้ำเอนไซม์อื่นสำหรับดื่มกินได้ด้วย

น้ำหมักเอนไซม์มะขามป้อม ใช้ผสมกับน้ำหมักเอนไซม์อื่น ๆ สำหรับดื่มกิน

น้ำหมักเอนไซม์สมอ ใช้ผสมกับน้ำหมักเอนไซม์อื่น ๆ สำหรับดื่มกิน

น้ำหมักเอนไซม์มะเดื่อ ใช้ผสมกับน้ำหมักเอนไซม์อื่น ๆ สำหรับดื่มกิน

น้ำหมักเอนไซม์ลูกหม่อน ใช้ผสมกับน้ำหมักเอนไซม์อื่น ๆ สำหรับดื่มกิน

น้ำหมักเอนไซม์กระชายดำ ใช้ผสมกับน้ำหมักเอนไซม์อื่น ๆ สำหรับดื่มกิน

น้ำหมักเอนไซม์กระเจี๊ยบแดง ใช้ผสมกับน้ำหมักเอนไซม์อื่น ๆ สำหรับดื่มกิน

น้ำหมักเอนไซม์มะขาม ใช้ผสมกับน้ำหมักเอนไซม์อื่น ๆ

สำหรับดื่มกิน และ ผสมกับน้ำหมักมะเฟืองเอาไว้อาบ

 

วิธีทำน้ำหมักบอระเพ็ด

http://youtu.be/cD2pPLsUV3w

 

.................................

การผลิตวุ้นน้ำหมักมะเฟือง ใช้สำเป็นเป็นเครื่องสำอาง

ทาบริเวณใบหน้าจะรักษาสิวได้ดีทำให้หน้านุ่มเนียน

เริ่มจากนำน้ำหมักมะเฟืองหัวเชื้อมาใส่ลงในภาชนะพลาสติกใส

แล้วเก็บไว้ในที่ร่มไม่ให้ถูกแดด ในระยะแรกจะเกิดเชื้อจุลินทรีย์ที่มีสีขาวบริเวณ

ผิวบนของน้ำหมักมะเฟือง

ต่อมาประมาณ 2 เดือนก็จะเกิดเป็นวุ้นลอยขึ้นมา

     

วุ้นน้ำหมักมะเฟือง

    

พอได้วุ้นน้ำหมักมะเฟืองประมาณครึ่งแก้วหลังจากนั้น

ให้เติมน้ำมะเฟืองหัวเชื้อลงไปให้เต็มแก้ว แล้วนำไปปั่นให้ละเอียด

แล้วผสมกับน้ำสะอาดอีก 30 - 40 ส่วนใช้ทาบริเวณ

ใบหน้าก่อนอาบน้ำประมาณ 3 - 5 นาที หลังจากนั้นก็อาบน้ำตามปกติ

จะทำให้ใบหน้านุ่มเนียนขึ้นสิวฝ้าหมดไป ท่านก็จะได้คอลลาเจนจากผลไม้ไปใช้แบบธรรมชาติไม่ต้องจ้องพึ่งสาีรเคมีอย่างเดียว

วิธีใช้น้ำหมักเอนไซม์สำหรับดื่มกิน
1.  ใช้หัวเชื้ออายุ  3  เดือน  -  1  ปีขึ้นไป(จะมีประสิทธิภาพดีพอใช้)  หากมีอายุ 2 ปีขึ้นไปรสชาคจะกลมกล่อมขึ้น 1  ส่วน

ผสมกับน้ำดื่ม  4  ส่วน  แล้วเติมน้ำตาลอ้อยป่นหรือน้ำผึ้งพอประมาณให้ถูกรส 

แล้วต้องเก็บไว้ในตู้เย็นเพื่ออยู่ในสภาวะที่จุลินทรีย์ไม่ทำการหมัก
2.  ใช้หัวเชื้ออายุ  3  เดือน  -  1  ปีขึ้นไปนำไปขยายเพื่อให้เจือจาง 

  โดยใช้ถังน้ำดื่ม 20 ลิตร ใช้หัวเชื้อ  1.5  ลิตร  น้ำตาลอ้อยป่น  1.2  กก. 

น้ำดื่มทั้งหมดรวม  18  ลิตร

 หากจะให้ง่ายและถูกต้องตามอัตราส่วนให้ใช้ถังน้ำดื่มสีขาวขุ่น

โดยใส่น้ำหมักหัวเชื้อลงไป 1.5 ลิตร น้ำตาลอ้อยป่น 1.2 กก. เติมน้ำสะอาดลงไปรวมกันให้

ได้ทั้งหมด 18 ลิตร หมักไว้  3  เดือน ปิดฝาหลวม ๆ ให้ฟองอากาศลอดออกมาได้ 

หลังจากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบางใส่ขวดแก้วเติมน้ำตาลอ้อยป่นหรือ

น้ำผึ้งปรุงรสตามใจชอบแล้วเก็บไว้ในตู้เย็น
3.  ปริมาณการดื่มทั้ง  2  แบบ  ขึ้นอยู่ที่ร่างกายของแต่ละคนต้องการไม่เท่ากัน  

บางคนดื่มกินแค่  1  ช้อนโต๊ะสี่มื้อต่อวัน  
4.  การดื่มหัวเชื้อลูกยอ  ไม่ควรเกินวันละ  2  ช้อนโต๊ะ  

หากดื่มมากไปจะมีอาการฉี่บ่อย ๆ  นั่นก็หมายความว่าไตทำงานหนักแล้ว

ผู้เขียนเองเป็นโรคเบาหวานด้วย 

ได้ทดลองกินมาก ๆ  น้ำตาลลดก็จริงอยู่แต่ไตจะวายเสียก่อน  

ดังนั้นการรักษาโรคเบาหวานใช้วิธีกินอินซูลิน และเมทฟอร์มีน

ควบคู่ไปกับการคุมอาหาร

........

ปัจจุบันนี้ผมเองได้ใช้วิธีออกกำลังกายด้วยการเดินเร็วและวิ่ง ก็สามารถกระตุ้นให้ร่างกายกลับผลิตอินซูลินให้อีก และก็ได้หยุดยาเบาหวานทั้ง 2 ประเภทไปแล้วครับ

........

ในการใช้หัวเชื้อลูกยอดื่มกินควรใช้  2  ช้อนโต๊ะก่อนนอน

  เพื่อให้หลับสบายและทำให้เกิดสารเมลาโทนีนหลั่งออกมา

จะทำให้มีอายุยืนยาวและทำให้อาการ

ไมเกรนลดลงด้วย

ข้อควรระวัง
          มนุษย์เราอายุย่างเข้าสี่สิบปีเอนไซม์ที่จำเป็นในร่างกายเริ่มสร้างได้น้อยลง ๆ

ทำให้ร่างกายถดถอยลงไปอย่างรวดเร็ว  จะสังเกตได้ว่าผิวหนังเริ่มเหี่ยวย่น 

มีการตกกระที่บริเวณผิวหนัง  บางคนเกิดมะเร็งผิวหนังเป็นจุด ๆ 

พาไปสู่โรคสะเก็ดเงินผื่นคันไปทั่วร่างกาย   สำหรับอาการภายในร่างกาย

ท้องอืดเฟ้อถ่ายไม่เป็นเวลาผายลมออกมามีกลิ่นเหม็นเน่า

แสดงถึงระบบย่อยอาหารไม่เป็นไปตามปกติมีเอนไซม์น้อยในกระเพาะลำไส้ 

ทำให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมามากมาย อาทิ เบาหวาน

ไขมันในเส้นเลือดไม่ว่าจะเป็นคลอเลสเตอรอลหรือไตรกลีเซอไรด์สูง  โรคเก๊า โรคภูมิแพ้ 

โรคหัวใจ  ฯ  ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะบั่นทอนให้ห้วงแห่งชีวิตนั้นสั้นลง       
          ผู้เขียนเองได้รับคำแนะนำจากเพื่อนรุ่นเดียวกันเมื่อต้นเดือน มีนาคม 2554 

พร้อมกับมอบน้ำหมักมะเฟืองอายุ  2  ปีสำหรับอาบประมาณ  10  ลิตร 

และน้ำหมักลูกหว้าอายุ  2  ปีสำหรับดื่มกินประมาณ  10  ลิตร

 ก่อนผู้เขียนจะเข้าผ่าตัดต่อมลูกหมากที่ รพ.สวนดอกเมื่อ  18  มีนาคม 2554  

  ครั้งแรกยังนึกหวั่นและสยิวเมื่อต้องเอาน้ำหมักมาอาบดื่มกิน

  และเพื่อนได้บอกว่าเขาไม่ใช้สบู่มาสี่ปีแล้วอาบน้ำหมักมะเฟืองอย่างเดียว 

เผอิญผู้เขียนเองได้เหลือบไปดูผิวพรรณที่มือแขนและ ใบหน้าของเพื่อน 

รู้สึกว่าเต่งตึงอ่อนกว่าวัยทั้ง ๆ เพื่อนย่างเข้าหกสิบแล้วช่างน่าทึ่งจริง ๆ 

หลังจากนั้นก็นำน้ำหมักกลับบ้านทดลองเอาน้ำหมักมะเฟืองอาบน้ำดู 

โดยการชโลมไปทั่วตัวทิ้งไว้ประมาณ  3  นาทีแล้วลองขัดถูขี้ไคลดู

ปรากฏว่า ขี้ไคลหลุดออกมาเป็นก้อน ๆ  เหมือนกับเอาขี้โคลนมาทาตัวยังไงยังงั้นแหละ 

หลังจากนั้นถูสบู่อาบอีกครั้ง  รู้สึกว่าเบาเนื้อเบาตัวจริง ๆ  ใช้ไปสัก  7  วัน

ใช้มือลูบที่แก้มเบา ๆ  จะรู้สึกว่าผิวนุ่มเนียนขึ้นกว่าเดิม 

ปัจจุบันใช้มาเกือบห้าเดือนเข้าไปแล้วตอนนี้เลิกใช้สบู่ยาสระผมแล้วครับ   

 ในห้วงที่ใช้น้ำหมักมะเฟือง

อาบน้ำมาได้ประมาณ  5  เดือน  โรคตาแดงคันตาไม่มาใกล้เลยทั้ง ๆ

ก่อนหน้านี้ใช้ยาหยอดตาชนิดน้ำและครีมเป็นประจำเดือนละหลาย ๆ หลอด 

และโรคหวัดเรื้อรังตลอดทั้งปีก็ถูกขจัดไปชนิดเด็ดขาดจริง ๆ 

ผิวเต่งตึงอ่อนกว่าวัย ขี้กระคนแก่และมะเร็งผิวหนังเริ่มจาง ๆ ลง 

  สำหรับน้ำหมักลูกหว้าเพื่อนกลัวกินไม่ได้เลยผสมน้ำผึ้งหวานมากไปหน่อย

ต้องปรุงรสใหม่โดยลดความหวานลงไป  ปกติเพื่อนให้กินครั้งละประมาณ 1  -  2 ช้อนโต๊ะ

วันละ  3  มื้อ ก่อนอาหาร   ด้วยผู้เขียนเองเป็นคนธาตุหนักปรากฏว่าไม่ค่อยถ่ายตอนเช้า

  เลยต้องเพิ่มอัตราการกินไปเรื่อย ๆ  ปัจจุบันนี้กินประมาณวันละ  1  ขวดแม่โขง 

  กินแบบไม่จำกัดเวลาและกินอาหารประเภทผักผลไม้มาก ๆ

ก็จะทำให้ถ่ายทุกวันแบบหมดไส้หมดพุงสบายไม่พะอืดพะอม
          เมื่อ  28 มีนาคม 2554  ผู้เขียนเองได้มะเฟืองมา  12  กก.

ได้ทดลองหัดทำน้ำหมักเป็นครั้งแรกโดยใช้น้ำตาลทรายขาว  2  กก.

น้ำตาลทรายแดง  1  กก. และ

น้ำตาลอ้อยป่นสีแดง  1  กก.  ปรากฏว่าขึ้นเชื้อราขาวเต็มไปหมดเลย 

จึงได้เข้าไปศึกษาวิธีการทำน้ำหมักจากอินเตอร์เนททุกสำนัก

ไปเจอชมรมเพื่อนช่วยเพื่อน สิงห์บุรี   เปิดดูวีดีโอซ้ำแล้วซ้ำอีกจนเข้าใจ 

การหมักครั้งแรกหัวเชื้อถ้าขึ้นราขาวยังใช้ได้  ยกเว้นราดำใช้ไม่ได้  

หลังจากนั้นอายุได้  2  เดือนผลมะเฟืองยังไม่จมลงก้นถังผู้เขียนเองเอาผ้าขาวบางกรอง

แล้วผสมน้ำอีก  2  ส่วนก็ใช้ได้ดี  ปกติตามตำราแล้วควรครบ  3  เดือนนะครับ 

หลังจากนั้นประมาณ   2  เดือนครึ่งผลมะเฟืองเริ่มจมลงก้นถัง  

  ในห้วงการผลิตหัวเชื้อไม่พบการปนเปื้อนของเชื้อที่ไม่พึงประสงค์

สังเกตได้จากสีของน้ำหมักจะออกสีน้ำตาล มีกลิ่นหอมมะเฟืองและน้ำตาลอ้อยป่น

ลองชิมดูจะมีรสเปรี้ยว   สามารถเก็บน้ำหมักในรูปหัวเชื้อไว้  1  ปีขึ้นไปก็จะมีคุณภาพยิ่งขึ้น
          ด้วยมุ่งหวังที่จะทำให้เชื้อที่ไม่พึงประสงค์นั้นลดน้อยลงอีก

เพื่อความปลอดภัยต่อผู้ใช้มากขึ้นจึงนำเอาหัวเชื้อไปขยายเพื่อให้สารที่ได้จากพืชเจือจางลง

โดยการหมักอีกครั้งโดยใช้  หัวเชื้อ  1  ลิตร  น้ำตาลอ้อยป่น  1  กก.

แล้วเติมน้ำไปอีก  10  ลิตร  หากเติมน้ำไม่เป็นไปตามอัตราส่วนคือน้อยกว่า  10  ลิตร

ก็จะทำให้ค่าความเป็นกรดเข้มข้นขึ้น เวลานำออกมาใช้แก้ไขโดย

วิธีเติมน้ำสะอาดให้เจืองจางลง สิ่งสำคัญในขั้นตอนการขยายเราไม่สามารถหาถัง

ขนาด 13 ลิตรได้ เพื่อให้พอดีกับสูตร ดังนั้นการขยายใช้ถังน้ำดื่ม 20 ลิตร

จะดีที่สุดโดยเพิ่มอัตราส่วนเป็น หัวเชื้อ 1.5 ลิตร น้ำตาลอ้อยป่น 1.2 กก.

เติมน้ำอีก 15 ลิตร ก็จะได้ 18 ลิตรตามสูตรพอดี

ห้วงการขยาย  20 วัน แรกจะมีฟองอากาศมากมาย

จะมีผงสีขาวคล้าย ๆ นมผงที่เกิดจากเชื้อจุลินทรีย์ผู้เขียนลองชิมดูแล้วกินได้

ข้างบนน้ำหัวเชื้อและส่วนขยายมีค่าความเป็นกรดประมาณ  5 

ข้างล่างส่วนขยายน้ำหมักมะเฟืองเติมน้ำอีก  1  ส่วนมีค่าความเป็นกรดประมาณ  6

น้ำหมักแบบขยายค้างไว้นาน ๆ เกิน  1  ปีขึ้นไปมีโอกาสเสียได้จะมีสีคล้ำค่อนข้าง

ดำกลิ่นเหมือนน้ำปลาถ้าเอาน้ำตาลเติมไปให้หมักต่อไปจะเกิดราดำ

การขยายควรใช้ถังปากแคบมีฝาปิดคลายเกลียวสีขาวขุ่นให้มีการระบายอากาศออกได้

หากใช้ถังพลาสติกสีใสโอกาสที่จะเกิดเมทิลแอลกอฮอลล์มีมาก

หากใช้ถังสีดำหรือสีอื่น ๆ โอกาสที่สีจะละลายออกมานั้นมีมาก ควรพิจารณาด้วยนะครับ

ถังแบบนี้ 20 ลิตร ให้ใช้หัวเชื้อ 1.5 ลิตร น้ำตาลอ้อยป่น 1.2 กก. น้ำอีก 15 ลิตร

รวมเป็น 18 ลิตร ทิ้งไว้ 3 เดือน

การผลิตหัวเชื้อหากมีผลไม้ปริมาณมาก ๆ ใช้ถังใบใหญ่สีขาวขุ่น ที่มีฝาปิดล็อคได้

หลังจากได้หัวเชื้อแล้วให้นำไปเก็บไว้ในถังปากแคบแบบ  20 ,100 ,200 ลิตรก็ได

มาถึงขั้นตอนการผสมดื่มกิน  ให้ลองใช้น้ำหมักที่ขยายแล้ว  3 เดือนขึ้นไปหลาย ๆ 

ชนิด อาทิ  ลูกหว้า ลูกยอ  มะเฟือง  มะขามป้อม ฯ ชิมดูถ้าถูกใจจดอัตราส่วนไว้ 

หลังจากนั้นเติมน้ำผึ้ง หรือน้ำตาลอ้อยป่น ปรับรสให้พอดีแล้ว

ต้องเก็บไว้ในตู้เย็น ไม่เช่นนั้นเชื้อจุลินทรีย์จะทำการหมักต่อ 

  ขั้นตอนการกินให้เทรินลงจอกเล็ก ๆ แล้วดื่มปริมาณไม่จำกัดแล้วแต

่ความต้องการของแต่ละบุคคล  ข้อห้ามคือห้ามยกขวดดื่มเพราะว่าอาจ

มีเชื้อไม่พึงประสงค์ปนเปื้อนลงไป    หากตอนก้นขวดมีรสขื่น ๆ เหมือนข่า

หรือมีสีค่อนข้างดำให้นำไปเทใส่ต้นไม้ได้เลยไม่ควรดื่มต่อ 

น้ำหมักที่ดีจะต้องอร่อยหมดทั้งขวด

วุ้นน้ำหมัก

วุ้นน้ำหมักว่านหางจระเข้

ในช่วงที่ทำการหมักมะเฟือง ว่านหางจระเข้ ข้าวกล้อง บอระเพ็ด

ในสภาวะที่เหมาะสมก็จะเกิดวุ้นน้ำหมักซึ่งนิยมนำมาทำเป็น

เครื่องสำอางโดยการปั้นให้ละเอียดเอาไว้ทาบริเวณใบหน้า

ก็จะทำให้หน้าเนียนยิ่งขึ้นพร้อมกันนั้น

ก็กำจัดสิวฝ้าได้ด้วย


          ขอให้ผู้คิดจะผลิตน้ำเอนไซม์ใช้เองได้ีมีวิิจารณญาณเอาเอง 

เพราะว่าผู้เขียนเองก็ศึกษาจากในอินเตอร์เนทและผู้รู้แล้วมาปรับทดลองผลิตใช้เอง

หากวิธีการผลิตไม่ดีไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้น้ำหมักเองก็จะเป็น

ดาบสองคมคือมีทั้งคุณและโทษ

อาทิ หากใช้ถังหมักที่เป็นสีดำ น้ำเงิน หรือ อื่น ๆ น้ำหมัก

ซึ่งเป็นกรดอ่อน

ไม่กัดพลาสติกก็จริงอยู่ แต่สีที่ผสมอยู่ในถังเมื่อละลายออกมานั้นอันตรายมากกว่า

หรือบางครั้งใช้ถังพลาสติกใสในการขยายก็จะไปสร้างสภาวะให้จุลินทรีย์

บางพวกที่ชอบสภาพนี้สร้างเมทิลแอลกอฮอลล์ขึ้นมาหากกินเข้าไปก็อาจถีงตาย

หรือตาบอดได้ หากท่านยินยอมที่จะใช้ผลิตภัณฑ์น้ำหมักก็เท่ากับว่าท่าน

ได้ยอมรับเรื่องจุลินทรีย์แล้ว ก็ต้องเลือกใช้ในสิ่งที่ดีเท่านั้น


ด้วยความปรารถณาดี


ราชินีแห่งน้ำหมักขวักไขว่หา
ยอดปรารถนายืดชราที่มาใกล้
จุลินทรีย์กลั่นเป็นน้ำเอนไซม์
เข้าชอนไชเซลร่างกายใกล้ตายตรอม
พื้นคืนชีพนุ่มนวลหวลวัยเด็ก
ถูกเสป็ควัยทองปองถนอม
ชีวิตยืดยาวไกลใคร่ยินยอม
ช่วยระบบย่อยถ่ายพร้อมย่อมสบาย
น้ำหมักชีวภาพลูกยอ
คุณสมบัติเพียงพอถ่อขวนขวาย
สองช้อนโต๊ะก่อนนอนหมอนชิดกาย
หลับไม่หน่ายสนิทอิ่มจิตใจ
เมลาโทนีนฮอร์โมนออกฤทธิ์
มะเร็งผิดปกติมิได้ใกล้
ภูมิคุ้มกันเพิ่มสูงจูงพลังใน
ขจัดโรคภัยโรคเฉาเข้ากล้ำกราย


จาก  สิงห์เคอาร์    www.singhakr.com

 

หากท่านยังไม่ทดลองทำอยากได้ตัวอย่างไปทดลองใช้

 

1 แกลลอน 3 ลิตร บรรจุได้ 3.2 ลิตร ราคา 360 บ.

ค่าแกลลอน 35 บ.

ค่าส่งไปรษณีย์ อีเอมเอส รวมค่าห่อ 220 บ.

รวม 615 บ.

-------

2 แกลลอน 3 ลิตร บรรจุได้ทั้งหมด 6.4 ลิตร 720 บ.

ค่าแกลลอน 70 บ.

ค่าส่งไปรษณีย์ อีเอมเอส รวมค่าห่อ 380 บ.

รวม 1170 บ.

 

 

น้ำหมักมะเฟืองหัวเชื้อ ขนาด 250 ซีซี 30 บ.

น้ำหมักอัญชัน-มะกรูด-ส้มป่อย-บอระเพ็ด สำหรับสระผม ขนาด 125 ซีซี 50 บ.

จะทำให้ผมคำขึ้นกว่าปกติ นุ่มสลวยหวีเข้ารูปทรง

 

น้ำหมักเอนไซม์ผลไม้รวม 11 สหาย

ลูกหว้า กระชาย บอระเพ็ด สมอ มะขามป้อม ลูกยอ

ว่านหางจรเข้ มะเดื่อ ลูกหม่อน อัญชัน กระเจี๊ยบแดง

1 ลิตร 70 บ.

---------

ถ้าส่งทางไปรษณีย์จะต้อง

3 ลิตร .........................................1 ลิตร

น้ำหมักเอนไซม์ 11 สหาย

บรรจุแกลลอน 1 ลิตร 70 บ. ค่าแกลลอน 20 บ. รวมราคา 90 บ.

ค่าส่งไปรษณีย์ อีเอมเอส รวมค่าห่อ 90 บ. รวม 180 บ.

........

แกลลอน 3 ลิตร ราคา 210 บ. ค่าแกลลอน 35 บ. รวมราคา 245 บ.

ค่าส่งไปรษณีย์ อีเอมเอส รวมค่าห่อ 220 บ. รวม 465 บ.

---

แกลลอน 3 ลิตร 2 แกลลอน 420 บ. ค่าแกลลอน 70 บ. รวมราคา 495 บ.

ค่าส่งไปรษณีย์ อีเอมเอส รวมค่าห่อ 380 บ. รวม 875 บ.

.............................................

หัวเชื้อมะขามป้อมอายุ 2 ปี ลิตรละ 160 บ.

ลูกยออายุ 2 ปี ลิตรละ 160 บ.

กระชายดำอายุ 2 ปี ลิตรละ 300 บ.

ลูกหม่อนอายุ 2 ปี ลิตรละ 250 บ.

สมออายุ 2 ปีลิตรละ 160 บ.

ว่านหางจระเข้อายุ 2 ปี ลิตรละ 160 บ.

ลูกหว้าอายุ 2 ปี ลิตรละ 160 บ.

แอบเปิ้ลอายุ 2 ปี ลิตรละ 200 บ.

...................................

มะกรูดสูตรเข้มข้น ลิตรละ 300 บ.

มะขามป้อมสูตรเข้มข้น ลิตรละ 300 บ.

 

วิธีทำน้ำหมักเอนไซม์